<$content_width = 1580; ?>

March 04, 2013
Maha Kumbh Mela 2013#3 Kumbh mela Legend

"คำว่า ดึกดำบรรพ์ มีรากศัพท์มาจากภาษาเขมรว่า ตึกตระบัน

(ตะบัน แปลว่า ตำ เช่น แก่จนต้องตะบันน้ำกิน (สำนวน) ว. แก่มากจนเคี้ยวของกินไม่ไหว.)

หมายถึง เก่าแก่โบราณย้อนไปจนถึงยุคกวนเกษียรสมุทร"

 

มหากุมภะเมลาคืออะไร

 

ต้อง เล่าย้อนไปถึงตำนานกวนเกษียรสมุทรครับ (ตรงไหนผิดช่วยแก้ด้วยนะครับ ผมรวบรวมมาจากหลายๆแหล่ง)

เริ่มจากพระอินทร์ไปขัดใจฤาษีทุรวาส จนถูกสาปให้พระอินทร์และทวยเทพพลังถดถอย ทำให้พ่ายแพ้พวกอสูรในการศึกทุกครั้งไป

ร้อนถึงพระนารายณ์ต้องแก้เกมด้วยการเปิด project กวนเกษียรสมุทร

ซึ่งไม่ใช project ธรรมดา ต้องเรียกว่า mega project

เพราะงานนี้แค่เหล่าเทวดาไม่สามารถดำเนินการกันเองได้ ต้องสมานฉันทร์กับศัตรูคู่ อาฆาตคือเหล่าอสูรชั่วคราว

โดยร่าง MOU กันว่าจะแบ่งน้ำอมฤตกันครึ่ง-ครึ่ง(อารมณ์เกมออนไลน์ ชวนกันไปตีบอส แล้วแบ่งของดรอปกัน)

 

เมื่อถึงเวลา พระนารายณ์ได้เสด็จมาเป็นองค์ประธาน ให้เหล่าเทวาอสุรา ลากภูเขามันทระมาไว้กลางทะเลน้ำนม

เอาพญานาควาสุกรีมาพันเข้ากับภูเขาต่างเชือก

พวก อสูรจับทางหัว เทวดาจับทางหางนาค

(บางตำราว่าพระนารายณ์ใช้เล่ห์เหลี่ยมประกาศว่าใครมีฤทธิ มากให้จับทางหัว พวกอสูรก็เฮโลกันไปทางหัว...บ้ายอว่างั้นเหอะ)

มีพระนารายณ์ยืนบนยอดเขาเป็น project manager คอยสั่งการ

 

 

25560304-P7261465

รูปเก่าเก็บที่สุวรรณภูมิถ่ายมาหลายปีละ

  25560304-P7261487

เดี๋ยวนี้เลื่อนตรวจกระเป๋าไปซะชิดปะติมากรรม หมดความอลังการเลย ><

เมื่อ ชักเย่อกันไปเรื่อยๆ นาควาสุกรีทนการเสียดสีกับภูเขามันทระมากๆ เข้า

เจ็บปวดเหลือประมาณจนต้องคายพิษไอกรดออกมารมพวกอสูรจนอ่อนแรง

ขณะที่ฝั่งหางมีฝนตกชุ่มฉ่ำด้วยการอำนวยความสะดวกจากพระพิรุณ (โคตรจะยุติธรรม - -”)

ซึ่ง ไอกรดพิษนี้ปกคลุมไปทั่วโลก ร้อนถึงพระศิวะต้องเสด็จมากลืนพิษร้ายลงคอไปเพื่อป้องกันสรรพสัตว์ทั้งหลาย

จนพระศอเป็นสีดำตราบจนทุกวันนี้นั่นเอง

 

กวนกันเป็นพันๆปี ในที่สุดก็บังเกิดสิ่งวิเศษ 14 ประการออกมาจากทะเลน้ำนมนั้น ประกอบไปด้วย

 
  1.  ดวงจันทร์ เหล่าทวยเทพแลอสูรต่างสำนึกในบุญคุณ แห่งการเสียสละ ของพระศิวะ จึงนำดวงจันทร์ไปถวาย พระองค์จึงหยิบเอามาทัดเป็นปิ่นทันที เทวดาและอสูรได้เห็นพระรัศมีงดงามของพระศิวะและดวงจันทร์คู่กัน จึงต่างสรรเสริญพระนามให้ใหม่ในทันทีว่า “จันทรเศขร”
  2.  แก้วเกาสตุภะ ถวายแด่องค์พระวิษณุผู้เป็น Project manager
  3. ดอกบัวซึ่งมีพระลักษมีเทวีประทับอยู่ พระนางงามจนทั้งเทพและอสูร ตกตะลึง พระลักษมีเลือกถวายตัวให้พระนารายณ์
  4.  นางวารุณีเทวีแหล่งเหล้า
  5.  ตามมาด้วยช้างเผือกเอราวัณ พระอินทร์นั้นรับไว้เป็นพาหนะประจำพระองค์
  6.  ม้าอุจไจศรพ พระอินทร์ก็รับไว้เป็นพาหนะอีก
  7.  ต้นปาริชาติ อันมีดอกที่หอมมากใครได้ดมกลิ่นจะระลึกชาติได้
  8. โคสุรภี ต่อมาให้ลูกชื่ออุศุภราช เป็นพาหนะของพระอิศวร
  9. หริธนู
  10. สังข์
  11. เหล่านางอัปสรผู้เลอโฉม 35 ล้านตน กลายเป็นนางกลางเมืองบนสวรรค์ ไม่มีใครเป็นเจ้าของ (เวรกรรม)
  12. พิษร้าย พวกเหล่าอสรพิษทั้งหลายมาฉกไปแบ่งกัน
 

(อ่านแล้วจะคิดเหมือนผมว่า ทำไมเทวดาโกงจังฟะกินรวบของดี ๆ ไปหมดทุกอย่าง -*-)

 

และในที่สุดสิ่งที่ทุกคนรอคอยก็ปรากฏ เกิดเป็นเทพบุตรนามธันวันตริ มีศักดิ์เป็นแพทย์สวรรค์

ทูนไว้บนหัวด้วยหม้อน้ำอมฤต นำไปวางไว้ที่แท่นบัวทองคำริมฝั่งเกษียรสมุทร

ก่อน ที่ทั้งสองฝ่ายจะรบราเพื่อแย่งชิงน้ำอมฤตกัน พระนารายญ์ก็ดำเนินตามแผนการขั้นต่อไปทันที

โดยอวตารเป็นนางอัปสรรูปร่างงดงามเทียบเท่าพระลักษมี นามว่า “โมหิณี” ไปล่อลวงให้เหล่าอสูรไขว้เขว

แล้วนำน้ำอมฤตไปแบ่งให้เหล่าเทวดา โดยไม่ให้พวกอสูรซักกะหยด(ให้มันได้ยังงี้สิ)

 

แต่มีอสูรตนหนึ่ง หาได้สนใจนางโมหิณีไม่

มันจับจ้องอยู่ที่น้ำอมฤต พอสบโอกาสก็จำแลงเป็นเทวดา ไปตีเนียนรับน้ำอมฤตกับเค้าด้วย

ดันถูกพระอาทิตย์กับพระจันทร์จับได้ ความเลยแตก พระนารายณ์ขว้างจักรตัดร่างอสูรนั้นเป็นสองท่อน

แต่เพราะรับน้ำอมฤตไปแล้วจึงไม่ตาย กลายเป็นความอาฆาตแค้น คอยตามราวีพระอาทิตย์กับพระจันทร์เรื่อยมา

สบโอกาสก็จับอมเข้าปากเสียเลย

 

ครับ อสูรนั้นคือราหูนั่นเอง

 

25560304-P7261485

เกือบเนียน

เล่ามายืดยาว แล้วมันเกี่ยวกับ กุมภะเมลาตรงไหน

อีตอนนางโมหิณี ร่างอวตารของพระนารายณ์ดอดมาดอยหม้อน้ำอมฤตไปให้ฝ่ายเทวานั่นแหละครับ

บังเอิญน้ำกระฉอกออกมาสี่หยด หยดลงบนโลกสี่จุด ดังนี้

  1. เมือง Allahabad
  2. เมือง Nashik
  3. เมือง Ujjain
  4. เมือง Haridwar

KumbhMap

 แผนที่ดัดแปลงจาก wikipedia 

ทั้งสี่เมืองนี้ จึงหมุนเวียนกันจัดเทศกาล  กุมภะเมลา แต่ละปีที่จัดเป็นเวลาประมาณ 50 วัน

เชื่อว่าลงอาบน้ำในช่วงเวลานี้จะล้างบาปหมดสิ้นไป 88 ชั่นรุ่น

กูรูคนสำคัญที่เชื่อว่าเป็นผู้ริเร่มเทศกาลกุมภะเมลาคือท่านศังกราจารย์

ซึ่งท่านเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในสงคราม”ช่วงชิงพื้นที่” ระหว่างศาสนาพราห์ม-ฮินดูกับศาสนาพุทธ

โดยบทสรุปคือความพ่ายแพ้ของพระพุทธศาสนาจนแทบไม่เหลือพื้นที่บนชมพูทวีป

ท่านศังกราจารย์เป็นผู้ริเริ่มเทศกาลกุมภะ เมลา โดยอ้างถึงเหตุการณ์กวนเกษียรสมุทรจากคัมภีร์พระเวท จุดประสงค์เพื่อให้ศาสนิกชนฮินดูมารวมตัวกันให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ก็เรียกได้ว่าสมเจตนาท่านศังกราจารย์ เพราะกุมภะ เมลา ครองตำแหน่งเป็นเทศกาลที่มีคนมาร่วมมากที่สุดในโลกไปเรียบร้อยแล้ว

โดยกุมภะเมลาแต่ละครั้งก็มีชื่อเรียกต่างกันด้วย

 

ชื่อ กุมภะ เมลา เป็นชื่อสามัญ

เมือง Ujjain มีชื่อเฉพาะเรียกว่า Sihasth จะจัดปีเดียวกับ Haridwar

Ardh Kumbh ( อัฐกุมภะเมลา แปลว่า ครึ่งรอบ) ใช้เรียก กุมภะเมลา ที่จัดที่  Allahabad และ  Haridwar  ทุกรอบหกปี

Purna Kumbha Mela ใช้เรียก กุมภะเมลา ที่จัดที่ Allahabad ทุกรอบ 12 ปี

และสุดท้าย Maha Kumbh Mela รอบใหญ่ที่สุด ใช้เรียก กุมภะเมลา ที่จัดที่ Allahabad ทุกรอบ 144 ปี

 

งงมั้ยครับ เดี๋ยวเขียนเป็นตารางให้ดีกว่า

 

Allahabad

Nashik

Ujjain

Haridwar

Allahabad

Haridwar

Allahabad

Nashik

Ujjain

Haridwar

2001

2003

2004

2004

2007

2010

2013

2015

2016

2016

Purna Kumbh

Kumbh

Sihasth

Ardh Kumbh

Ardh Kumbh

Kumbh

Maha Kumbh

Kumbh

Sihasth

Ardh Kumbh

 
เดี๋ยวตอนหน้าจะเล่าให้ฟังถึงความยิ่งใหญ่ของ มหากุมภะ เมลา ที่ 144 ปีจะมีครั้งนึง นะครับ

2 Comments
COMMENT