<$content_width = 1580; ?>

March 13, 2013
Maha Kumbh Mela 2013#7 Here Come Naga Baba

"ณ เพิงหมาแหงน ร้านสะดวกซื้อเฉพาะกิจ

นายๆ เลี้ยงไจฉันกะเพื่อนหน่อยสิ

เอาสิครับ โดไจ ไบยา (ไจสองแก้ว พี่ชาย)

ยกกล้องขึ้นจะถ่าย...ไม่ได้ๆ ถ่ายฉันไม่ได้ ฉันมีกูรู ถ่ายเพื่อนฉันละกัน

นึกในใจ มีกูรู ห้ามถ่ายรูปแต่ไถไจชาวบ้านได้เนี่ยนะ  WTF"

.

..

...

มาถึงไฮไลท์ของมหากุมภ์แล้วนะครับ

บรรดานาค บาบา(เวลาแขกออกเสียงจะเป็น นากา บาบา)เป็นเหมือนพระเอกของงาน

แม้แต่ในหมู่คนอินเดียเอง ก็น้อยครั้งจะได้พบ บาบาชีเปลือยเหล่านี้

เพราะส่วนใหญ่จะอยู่ตามเทือกเขาหิมาลัย น้อยครั้งจะออกมาปรากฏตัวแก่โลกภายนอก

นาค บาบา เหล่านี้ เล่าลือกันว่าสืบสายตรงมาจากท่านคุรุทัตตะเตรยะ เป็นนักบวชสำคัญในนิกาย อไทฺวตเวทาตะของท่านศังกราจารย์

(ได้กล่าวถึงไปแล้วในบทที่สาม)

นาค บาบา เป็นที่เคารพนับถือพอตัว ใครๆก็เกรงใจ ว่างั้น

การปฎิสัมพันธ์กับนาค บาบา ต้องระมัดระวังอย่างยิ่งยวด

เพราะพวกท่านคุ้มดีคุ้มร้าย ไปสุ่มสี่สุ่มห้าจ้องมองหรือถ่ายรูป อาจจะโดนไม่ใช่น้อย

.

นาค บาบาถือว่าเป็นผู้ตัดขาดจากทางโลก ประพฤติตนเลียนแบบพระศิวะด้วยการทาร่างกายเป็นสีขาวด้วยขี้เถ้า

ไว้ผมมุ่นเป็นมวย สูบกัญชาเป็นนิจสิน(นัยว่าพอตึงๆได้ที่ เป็นการสื่อสารกับพระเจ้า)

นาค บาบา นี่แหละคือต้นแบบ original ของ ชีเปลือย จากพระอภัยมณี

(ชีแปลว่าขาว ตามสีขี้เถ้าทาตัวนั่นแหละครับ)

.

จึงขับม้ามากุฎีเห็นชีเปลือย    ยังหลับเรื่อยรูปร่างโตว่าคร่างครัน

ไม่นุ่งผ้าคากรองครองหนังเสือ    ประหลาดเหลือโล่งโต้งโม่งโค่งขัน

น่าเหียนรากปากมีแต่ขี้ฟัน    กรนสนั่นนอนร้ายเหมือนป่ายปีน

ประหลาดใจใยหนอไม่นุ่งผ้า   จะเป็นบ้าไปหรือว่าถือศีล

หนวดถึงเข่าเคราถึงนมผมถึงตีน   ฝรั่งจีนแขกไทยก็ใช่ที

เรียกว่าสภาพชีเปลือยที่สุดสาครเจอนี่อนาถมาก

แต่เพราะตาชีเปลือยแกเป็น นาค บาบาเก๊น่ะครับแล้วแกก็อวดโอ่อิทธิฤทธิ์ว่า

.

เราตัดขาดปรารถนาไม่อาลัย   ด้วยเห็นภัยวิปริตอนิจจัง

อันร่างกายหมายเหมือนหนึ่งเรือนโรค  แสนโสโครกคืออายุกเป็นทุกขัง

เครื่องสำหรับยับยุบอสุภัง  จะปิดบังเวทนาไว้ว่าไร

เราถือศิลจินตนาศิวาโมกข์  สละโลกรูปนามตามวิสัย

บังเกิดเป็นเบญจขันธ์มาฉันใด  ก็ทิ้งไว้เช่นนั้นจึงฉันนี้

ไม่รักรูปร่างกายเสียดายชาติ   อารมณ์มาดมุ่งหมายจะหน่ายหนี

นี่ตัวท่านการธุระอะไรมี    มาเดี๋ยวนี้จะไปหนตำบลใด ฯ

.

ที่เหลือก็อย่างที่เคยเรียนกันมา (ใครไม่ตั้งใจเรียนก็ไปหาอ่านต่อเอาละกัน)

ผมก็ไม่รู้ว่าท่านสุนทรภู่ รู้เรื่อง นาค บาบา ได้ยังไง

ไอ้เคยเห็นรูปน่ะไม่มีทางแน่ๆ จะว่าได้ยินเขาเล่าลือ ท่านก็เขียนพรรณนาเสียราวกับตาเห็นเอง

เรียกว่าเป็นอัจฉริยภาพโดยแท้จริง

ตอนแรกผมเข้าใจสับสนระหว่าง นาค บาบา กับ ลัทธิฑิฆัมพร ซึ่งเป็นสาขาหนึ่งของศาสนาเชน

อันมีท่านมหาวีระ เป็นศาสดา ที่สาวกชื่อสัจจกะครนถ์เคยโต้วาทีแพ้พระพุทธเจ้า

สังเกตง่ายๆ นาคบาบาทาสีขาว ฑิฆัมพรแก้ผ้าเฉยๆ

นาค บาบา ก็เช่นเดียวกับอารยธรรมเก่าแก่ทั้งหลายในโลกที่ประสบปัญหาขาดผู้สืบทอด

จำนวน นาค บาบาบวชใหม่ลดลงเรื่อยๆ เพราะคนรุ่นใหม่ทนการฝึกตนที่เข้มงวดไม่ไหว

และประสบปัญหาเช่นเดียวกับพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา คือ มีทั้งของจริง ของเก๊

นาค บาบา เกือบครึ่ง ออกบวชเพียงแค่อยากหลีกหนีโลกและสูบกัญชา

ไม่ได้สนใจวัตรปฏิบัติ และหน้าที่ในฐานะนักรบเท่าใดนัก

ที่อยู่ของนาค บาบา คือ Sector 4 ถ้าเรามาถึงที่นี่จะเจอเตนท์ขนาดใหญ่เรียงรายกันสองข้างทาง

เดินเข้าไปจะพบซุ้มย่อยๆ เป็นอาศรมที่พักของ นาค บาบา แต่ละคนหรือแต่ละกลุ่ม

ศรัทธาท่านไหนก็ถอดรองเท้า คลานเข่าเข้าไปหาเลยครับ

ท่านก็จะอำนวยอวยชัยให้ นิ้วมือแต้มขี้เถ้าจากกองไฟมาเจิมหน้าผากให้เรา

เราก็ทำบุญตามกำลังศรัทธา ...ที่สำคัญคือ ตานี้ก็ถ่ายรูปได้ละ ถือว่าเป็นลูกศิษย์แล้ว บาบา ไม่ว่าอะไร LOL

.

25560208-kum_08-0582

25560204-kum_04-0307

ลูกศิษย์ลูกหามากมี ทั้งรัฐมนตรี สส. ตั้งมากมาย

25560208-kum_08-0579

25560205-kum_05-0783

25560205-kum_05-0746 ท่ามาตรฐาน บาบาอำนวยพร

25560204-kum_04-0409 OLYMPUS DIGITAL CAMERA

บ าบาบางท่านก็เฟี้ยวเงาะเกิ๊นน แก้ผ้าขี่รถเครื่องไม่เจ็บไข่มั่งรึนั่น

25560204-kum_04-0371

เด็กๆ อย่าเลียนแบบนะจ๊ะ

25560204-kum_04-0391-Edit

25560208-kum_08-0928

อมาร์ ปาราตี บาบา ผู้ละทิ้งครอบครัวออกบวชเป็นสาธุตั้งแต่ปี 1970

เขาตัดสินใจยกแขนขวาค้างไว้กลางอากาศเพื่อเป็นการบูชาพระศิวะมาตั้งแต่ปี 1973

บางคนอ่านแล้วอาจจะรู้สึกแปลกๆ

แต่เราอย่าเอาเกณฑ์ของเราไปวัดเขาเลยครับ

มันก็ไม่ต่างอะไรกับเราไปทำบุญที่วัด เอาเงินใส่ซองให้พระนั่นแหละ

แค่ฝ่ายหนึ่ง แก้ผ้า ไว้ผมยาวรุงรัง อีกฝ่ายโกนหัวห่มเหลือง ...มันก็เท่านั้นเอง

ถ่ายตามบูท เอ๊ยอาศรมมากๆ ชักจะเฝือ

เพราะไม่ค่อยท้าทายเท่าไหร่

เป้าหมายต่อไปคือ ถ่ายขบวนพาเหรด นาค บาบา ในวันอาบน้ำใหญ่วันที่ 10 กพ.

เป็นวันที่คนกว่า 30 ล้านคนจะมาลงอาบน้ำที่สังคัม

เดี๋ยวตอนหน้าจะเล่าถึงวิบากรรมของผมที่นั่นครับ

<<ก่อนหน้า     อ่านต่อ >>>

หน้ารวม มหากุมภะ เมลา

 

1 Comments
COMMENT