<$content_width = 1580; ?>

March 13, 2013
Maha Kumbh Mela 2013 #8 My Karma

บันทึกกรรม นิพนธ์ แสงผึ้ง

บทนี้จะว่าด้วยวิบากกรรมของผมที่มหากุมภ์

เนื้อหารันทดหดหู่ เด็กและสตรีมีคัน , คนมีครูบาอาจารย์ ,

ชายไทยยังไม่ผ่านเกณฑ์ทหารควรหลีกเลี่ยง

.

..

...

จำRoshanกับSusti ได้มั้ยครับ

สองคนนี้เป็นเอเยนที่ดูแลนักท่องเที่ยวที่แคมป์

Roshanน่าจะยี่สิบต้นๆ ไว้ผมยาวประบ่าผิดวิสัยแขกทั่วไป ถ้าจับแก้ผ้านี่นากาบาบาดีๆนี่เอง

ส่วนSusti หุ่นล่ำตัน มะขามข้อเดียว อายุประมาณ สี่สิบต้นๆ

 .

..

หลังจากคืนที่ฝนตกหนัก

รุ่งขึ้น ผมเจอคางคกตัวเล็กๆ ที่มุมห้อง

มันกระโดดหยองแหยงพยายามหาทางออก

หลังจากดูจนแน่ใจว่ามันไม่ไหนไม่รอดแน่

ผมเอากระป๋องข้าวที่กินหมดแล้ว ค่อยๆ ตักมัน

ออกไปปล่อยข้างนอกห้อง เป็นอันหมดเวรหมดกรรมกันไป

.

..

...

แฟลชแบคกลับไปที่บ้านสายสี่ ก่อนจะขึ้นเครื่องหนึ่งวัน

"อ้วนไม่เอารองเท้าแตะไปด้วยเหรอ"

"โอ๊ย ไม่ต้องหรอก อินเดียนะไม่ใช่กลางป่ากลางเขา ถ้าจะใช้เดี๋ยวไปซื้อที่โน่นก็ได้"

"เหรอ อืมๆ"

เมียผมนี่ช่างไม่รู้อะไรเล้ย น้ำหนักยิ่งล้นๆอยู่ กะอีแค่รองเท้าคู่เดียวไม่ต้องเอาไปหรอก บ้าหอบฟาง

.

..

...

และป็นอีกครั้งหนึ่งที่พิสูจน์ คำพูดที่ว่า เชื่อเมียได้ดีทุกคน !!!

.

วันพุธ

RPL_7190small-re

ภาพโดย Ryan Lobo

.

สังเกตภาพนี้นะครับ(โปรดมองข้ามความแร่ดของนายแบบ)

กระเป๋าข้างผมยังมีรองเท้าคาเมลคู่ทุกข์คู่ยากเสียบอยู่

แต่พอขึ้นจากน้ำ มันหายไปแล้ว!!!

.

คาดว่าจะลอยไปกับแม่น้ำคงคา ก็ได้แต่ภาวนาให้มันลอยไปคู่กัน คนที่เก็บได้จะได้เอาไปใส่ต่อได้บ้าง

(เลียนแบบท่านคานธี ที่โยนรองเท้าอีกข้างตามรองเท้าที่หลุดจากเท้าท่านตกจากรถ ท่านบอกว่าคนที่เก็บได้จะได้เอาไปใส่ได้ /\(-_-))

กว่าจะรู้ตัวก็ตอนขึ้นจากน้ำ รองเท้าผมคงข้ามพรมแดนพม่าไปไกลลิบโลก

.

ช่างแม่ง มันจะไปยากเหี้ยอะไร ซื้อใหม่เอาก็ได้ วันก่อนเห็นแผงขายรองเท้าเยอะแยะ

.

..

...

และแล้วมหากาพย์เกือกมหาประลัยฝ่ารหัสทลายโลกก็เริ่มต้นขึ้น

.

..

เดิมทีผมไม่ได้พักที่นี่หรอก

แม้แต่ห้องกระจอกที่สุด รวมอาหารเช้าแล้ว ราคาถึงคืนละ 2,500 รูปี

Roshanเสนออีกออฟชันให้ผม คือการไปพักที่บ้านคนท้องถิ่น

ในราคาคืนละ 1,000 รูปี ไม่รวมอาหาร แต่ผมต้องจอง 10 คืน แม้จะพักแค่ 7 คืนก็ตาม

เราติดต่อกันผ่านเฟซบุค...

.

3ชม. ... 3 ชม. ที่ผมเดินหาซื้อเกือกซักคู่ไปรอบๆ มหากุมภ์

อีตอนเราต้องการหา แผงลอยที่เคยเห็น ไม่รู้มันไปอยู่ที่ไหนกันหมด

มีแต่ร้านขายผัก ร้านขายกำไล ร้านขายชิลัม(ไปป์ดินเหนียวสูบกัญชา)

ร้านกระเป๋า ผ้าห่ม หนังสือสวดมนต์ เครื่องทองเหลือง ร้านๆๆ

มีทุกร้าน...ยกเว้นร้านขายรองเท้า

ผมเดินกลับไปกลับมาจนอ่อนใจ ข้ามฝั่งนี้ ไปฝั่งโน้น

จนเจอตุ๊กๆ คันนึง ผมรีบเรียกทันที

เป้าหมายคือเข้าไปซื้อรองเท้าในเมือง

ตุ๊กๆ รับผมขึ้นรถด้วยราคาแพงมหากาฬ

แต่คนที่เดินตีนเปล่า จะไปซื้อรองเท้าคงไม่มีสิทธิต่อรองเท่าไหร่นัก

..

วันแรกที่มาถึงแคมป์ Roshanบอกให้ผมพักที่ห้องในแคมป์ไปก่อน

เดี๋ยวค่อยขนของย้ายไปห้องที่ว่า

ส่วนอาหารไม่ต้องห่วง 'เราเพื่อนกัน เชิญตามสบาย'

ผมได้สิทธิกินบุฟเฟท์สามมื้อในแคมป์เหมือนแขกคนอื่น

.

ร้านขายรองเท้าในเมืองอัลลาฮาบัด

เจ้าของร้านและลูกชาย พยายามขายรองเท้ากีฬาแบรนด์เนมให้ผม

พอผมชี้รองเท้าผ้าใบในตู้ พวกเขาบอกไม่มี๊ไม่มีไซส์นี้ นั่นมันรองเท้าผุ้หญิงนะนาย

ผมเลยหันไปหาคนขับที่ตามลงมาด้วย 'ลองไปดูร้านโน้นกันมั้ย ผมเห็นแว้บๆว่ะ'

สารถีผมรับลูกด้วยนะเอ้อ 'อือ ไปดูร้านอื่นกันดีกว่า'

พลันรองเท้าที่ไม่มีไซส์ก็มีหลงสต๊อกขึ้นมาทันที ... ให้มันได้ยังงี้สิ

ผมเลือกรองเท้าผ้าใบสไตล์คอนเวิร์สมาคู่นึง...แน่นอนด้วยราคานักท่องเที่ยงกระเป๋าหนัก

.

niphon-kumbh-4 รองเท้า คอนเวิร์ส-สไตล์  แต่แต่งกายฟิวชั่น: photo by http://jamesbillettphotography.com/

.

.......

พอSustiรู้เรื่องห้องของผม 

เขาบอกว่าผมไม่ต้องย้ายหรอก อยู่ที่นี่แหละ เขาจะไปบอกRoshanให้

แหม่ ช่างเป็นเพื่อนที่ดีอะไรเช่นนี้

..

.

ะหว่างทางกลับมหากุมภ์ คนขับบ่นกะปอดกะแปดมาตลอดทางว่าผมซื้อแพงเกินไป

แกติดใจถึงขนาดไปบ่นให้เจ้าของร้านชำที่ผมขอแวะลงไปซื้อน้ำกับขนมฟัง

'เนี่ย คู่นี้ตั้งพันร้อยรูปี' ชี้มาที่เกือกผม

'แค่เก้าร้อยก็หรูแล้ว'

ที่โคตรลักลั่นก็คือ อีตาคนขับก็ฟันค่ารถผมหัวแบะเหมือนกัน

แล้วไปด่าร้านรองเท้าทำไมเนี่ย สงสัยจะทำจนเป็นนิสัย ลืมตัวไปนิด....

.

.......

เวลาผ่านไปอย่างสงบสุข จนคืนวันพุธ(เช็คอินวันจันทร์) Sustiมาหาผมที่ห้องกลางดึก แจ้งข่าวร้ายว่า

แคมป์เพิ่งเปลี่ยนระบบเสิร์ฟอาหาร ต่อไปนี้ผู้เข้าพักต้องใช้คูปองอาหารด้วย

Sustiบอกว่าผมต้องจ่ายเงินค่าอาหาร 8 วัน วันละ 500 รูปี

(ถ้าแคมป์เพิ่งเปลี่ยนระบบวันนี้ ทำไมคิดกูย้อนหลังด้วยวะ ???)

สรุป(ไอ้)Susti รีดเงินผมไปสี่พันรูปี แถมขอยากันยุงไปอีกสองขด -*-

..

.

สามวันผ่านไป

รองเท้า คอนเวิร์ส-สไตล์เวรตะไลนั่น กัดตีนผมปี้ป่น

แผลพุพองจากการเดินตีนเปล่าหลายชม. ทยอยโผล่มาสามแผล

ผมตัดสินใจเจาะน้ำเหลืองออก(ซึ่งผิด ควรจะปล่อยให้ตกสะเก็ดไปทั้งพองๆยังงั้น)

กลายเป็นแผลเนื้อแดงๆขนาดประมาณหัวแม่โป้ง  ซึ่งแสบร้อนทุกครั้งที่จรดตีนลงพื้น

ยิ่งใส่รองเท้าบ้านั่นยิ่งปวดทรมานกว่าเดิมเสียอีก

ผมเลยต้องใส่สลับกับหิ้วรองเท้าเดิน แผลผมเลยได้สัมผัสทั้ง น้ำคงคา โคลนตม หินกรวดทราย ยางมะตอย

กลับมาทุกครั้งต้องเอาน้ำล้างสิ่งสกปรกออก บางทีก็มีทรายอุดแผลอยู่เต็ม

ทุก ๆ วัน นอกจากปวดระบมขาเพราะเดินไม่ต่ำกว่ายี่สิบกิโลแล้ว

ผมยังต้องกลับมาเอาน้ำมันสารพัดโรคที่ได้จากพระอาจารย์อุปถัมป์เพื่อนหลวงตาชัยชโลมแผล ซึ่งช่วยได้เยอะเลย

ทางออกของปัญหามีทางเดียว ต้องหารองเท้าคู่ใหม่ ไม่งั้นวันที่ 10 กพ.-วันอาบน้ำใหญ่ ผมเดินเป็นไอ้เป๋แบบนี้ไม่รอดแน่

.

.......

วันรุ่งขึ้น Roshanเอาเศษกระดาษเขียนเบอร์ห้องมาให้ นี่แหละคูปองอาหารที่ว่า

ผม (แอบ)ถามแขกคนอื่นๆ ...ไม่มีใครรู้เรื่องคูปองเวรตะไลนี่แม้แต่คนเดียว

เย็นนั้น Susti แวะมาหา ถามว่ามีใบมีดโกนให้ยืมมั้ย

คือ...กูเป็นแขกมึงนะ มึงได้ไปสี่พันรูปีแล้ว เอาเงินนั่นไปซื้อใบมีดโกนห่าเหวอะไรของมึงสิ

ผมแอบภาวนาให้ไอ้คุณsusti โดนมีดโกนบาดคอซักแผลสองแผล

..

.

วันเสาร์  วันนี้ผมพักผ่อนไม่ได้ออกไปถ่ายรูป

ตั้งใจจะออมแรงไว้ เพราะคืนนี้ต้องไปที่สังคัมเพื่อรอถ่ายขบวนบาบาทั้งหลายตอนเช้ามืด

.

ผมกับJames เราวางแผนจะออกไปเดินเที่ยวเล่นในหมู่บ้านใกล้ๆแคมป์

ก่อนมื้อเช้าผมสังเกตเห็นรองเท้าแตะเปื่อยๆแถวหน้าห้องเจฟกับเจมส์

มันวางข้างๆ จอบหนึ่งเล่ม ...ใครสักคนคงขุดดินค้างไว้ แล้วไปไหนก็ไม่รู้

หลังอาหาร มันก็ยังอยู่ที่เดิม...ผมเลยขโมยมาใส่เสียเลย

มันเล็กไปหน่อย แต่ก็ดีกว่าเดินตีนเปล่า

กะจะขโมย เอ๊ย ยืมชั่วคราว จนกว่าจะซื้อคู่ใหม่ได้

.

.......

วันก่อนกลับ เราต้องให้แคมป์ติดต่อแทกซี่ให้

ผมถามSustiว่าเท่าไหร่(ขามาสามร้อยรูปี)

เขาบอกว่า สองร้อย ผมดีใจมาก  เย้ อย่างน้อยก็ไม่โดนฟัน

 คืนก่อนกลับ Sustiมาเก็บเงินค่าแท็กซี่ล่วงหน้าที่ห้อง

ผมรีบยื่นสองร้อยรูปีให้ เขามองหน้าผม ผมยิ้มให้เขา

"แล้วอีกพันรูปีล่ะ นิโฟ่น"

สรุปผมฟังผิด?? (ไอ้)Sustiบอกว่าพันสองร้อยรูปี(ย้ำอีกครั้ง ขามาสามร้อย)

ผมความหาอีกพันรูปียื่นให้'เพื่อน'ไปแต่โดยดี

.

..

ในหมู่บ้าน ผมกับเจมส์เดินขึ้นเนินเขาไปเรื่อยๆ

ผมประกาศแก่เจมส์ว่า จะไม่กลับจนกว่าจะได้รองเท้าใหม่ ถ้ายูอยากกลับก่อนไอก็ไม่ว่าอะไร

เราเดินไปเรื่อยๆ เช่นเคย มีแต่ร้านบ้าบอคอแตกล้านแปดชนิด

... แต่ไม่มีร้านรองเท้า???

เกือบสองกิโลโน่นน กว่าจะเจอเพิงเล็กๆ มีรองเท้ายาง,พลาสติกวางเรียงราย

...แต่ในความรู้สึกผม เหมือนเจอห้างพารากอนก็ไม่ปาน...

niphon-kumbh-9-re

สีหน้าเจ็บปวดเพราะรองเท้าโดนแผล

niphon-kumbh-14_re

เอาคู่นี้แหละ  (คู่ที่อยู่บนพื้น นั่นแหละครับที่ผมขโมยมา)

photo by http://jamesbillettphotography.com/

.

..

หลังจากเลือกได้รองเท้าแตะ ที่ใส่แล้วไม่เจ็บแผล

ผมจ่ายค่ารองเท้า(150รูปี)ไปโดยไม่ต่อซักคำ

ความรู้สึกผมตอนนั้น ประมาณนี้

images

.

เป็นอันปิดฉากมหากาพย์รองเท้าเสียที

..

.......

ทันทีที่กลับถึงบ้าน เปิดพีซีขึ้นมา

ผมลบแล้วบล๊อกRoshanออกจากเฟซบุคผมทันที

อีกอาทิตย์ต่อมา Roshanเมล์มาต่อว่า ว่าบล๊อกเขาทำไม นี่หรือการตอบแทนที่ดูแลผมอย่างดี

ผมด่าไปตามสมควรแล้วบอกว่า เพื่อนยูรีดเงินไอไปหกพันรูปี เพื่อนภาษาอะไรวะ

...อย่างน้อยเผื่อสองคนนี่จะทะเลาะกันเพราะจำนวนเงินที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงนี่บ้าง ก็ยังดี

.

..

อ่านด้านมืดมนไปแล้ว ตอนหน้าจะเล่าด้านสนุกของที่นี่มั่งดีกว่าครับ

<<ก่อนหน้า     อ่านต่อ >>>

หน้ารวม มหากุมภะ เมลา


1 Comments
COMMENT